← กลับไปหน้าบทความ

ซักเบาะรถต้องถอดเบาะไหม ต่างจากซักผิวเผินยังไง และราคาเท่าไหร่

ซักเบาะมีสองแบบ คือซักหน้างานแบบไม่ถอด กับถอดเบาะออกมาซักทั้งตัว ราคาต่างกันเพราะเวลาและสิ่งที่เข้าถึงได้ต่างกัน

ภายในรถหลังถอดเบาะออกซักฟอกจนแห้งสะอาดที่โอเดียนรังสิตคาร์วอช

คำถามที่เจอบ่อยเวลามีคนโทรมาถามเรื่องซักเบาะ คือ “ต้องถอดเบาะด้วยไหม” กับ “ทำไมบางร้านถูกกว่าเยอะ”

สองคำถามนี้จริง ๆ แล้วคือคำถามเดียวกัน เพราะสิ่งที่ทำให้ราคาต่างกันมากที่สุดคือ “ถอดหรือไม่ถอด” นี่แหละ

ซักเบาะมีกี่แบบกันแน่

พูดให้ง่ายคือมีสองแบบหลัก

แบบแรกคือซักหน้างานโดยไม่ถอด ใช้เครื่องฉีดและดูดทำความสะอาดเฉพาะผิวเบาะที่มือเข้าถึงได้ จบเร็ว ราคาถูกกว่า เหมาะกับเบาะที่แค่หมองหรือมีคราบเปื้อนไม่ลึก

แบบที่สองคือถอดเบาะออกมาทั้งตัว ยกเบาะออกจากรถ ซักได้รอบทิศ แล้วเก็บพื้นใต้เบาะที่ปกติไม่มีใครเห็นด้วย ใช้เวลามากกว่าหลายเท่า ราคาก็สูงกว่าตามกัน

ช่างกำลังทำความสะอาดพื้นรถหลังถอดเบาะหลังออกทั้งชุด
พอถอดเบาะออก จะเห็นพื้นรถที่ปกติไม่มีใครได้ทำความสะอาด — ฝุ่นกับเศษของที่สะสมมาหลายปีอยู่ตรงนี้กันหมด

ทำไมการถอดเบาะถึงต่างกันขนาดนั้น

เหตุผลไม่ใช่เรื่องการตลาด แต่เป็นเรื่องกายภาพล้วน ๆ

เข้าถึงได้รอบด้าน — เบาะที่ยังติดอยู่ในรถ ด้านหลังกับด้านล่างแทบทำอะไรไม่ได้เลย พอยกออกมาแล้วถึงจะซักได้ครบทุกด้านจริง

แห้งได้ดีกว่ามาก — ข้อนี้สำคัญกว่าที่หลายคนคิด เบาะที่ซักในรถแล้วแห้งไม่สนิทคือต้นเหตุของกลิ่นอับที่กลับมาเร็ว พอถอดออกมาผึ่งข้างนอกได้ ความชื้นจะเหลือน้อยกว่าเยอะ

ได้ทำพื้นใต้เบาะไปด้วย — จุดนี้คือที่ที่ฝุ่น เศษอาหาร และความชื้นสะสมมานานที่สุด และเป็นจุดที่แก้กลิ่นได้ตรงที่สุด

ราคาที่ร้านเราคิดยังไง

ที่โอเดียนรังสิต งานซักฟอกเบาะและพรมเริ่มต้นที่ 1,500 บาท สำหรับรถเล็กถึงรถใหญ่ และขยับเป็น 2,000 บาท สำหรับรถตู้หรือรถกลุ่มพรีเมียม ดูตารางเทียบกับบริการอื่นได้ที่ หน้าราคา

แต่ตัวเลขนี้เป็นราคาเริ่มต้น เพราะสภาพเบาะจริงมีผลกับเวลาทำงานมาก เบาะที่แค่หมองกับเบาะที่มีคราบฝังมาหลายปีใช้เวลาไม่เท่ากันเลย

สิ่งที่ผมแนะนำเสมอคือถ่ายรูปเบาะจริงมาให้ดูก่อน จะได้บอกได้ว่าเคสนี้ควรถอดหรือไม่ต้องถอด บางคันไม่จำเป็นต้องถอดก็จบสวยแล้ว จ่ายน้อยกว่าก็ได้ผลที่พอใจ

รถแบบไหนที่ผมมักแนะนำให้ถอด

  • รถที่มีกลิ่นอับติดมานาน — เพราะถ้ากลิ่นมาจากความชื้นใต้เบาะ ซักผิวเผินยังไงก็ไม่หาย
  • รถที่เคยมีของเหลวหก — นม กาแฟ น้ำหวาน พวกนี้ซึมลงไปใต้เบาะเกือบทุกครั้ง
  • รถครอบครัวที่มีเด็กเล็ก — เศษอาหารใต้เบาะเยอะกว่าที่คิดเสมอ
  • รถที่จะขายต่อ — ภายในที่สะอาดจริงมีผลกับความรู้สึกคนดูรถมาก
  • รถมือสองที่เพิ่งรับมา — อันนี้แนะนำทุกคัน เพราะไม่มีใครรู้ว่าเจ้าของเดิมทำอะไรไว้บ้าง
ขั้นตอนทำความสะอาดภายในห้องโดยสารรถยนต์
งานภายในไม่ได้จบแค่เบาะ พรม คอนโซล และซอกต่าง ๆ คือส่วนที่ทำให้รถ "รู้สึกสะอาด" จริง

แล้วกรณีไหนที่ไม่ต้องถอดก็พอ

ถ้าเบาะแค่ดูหมอง ไม่มีกลิ่น ไม่เคยมีของหก และเจ้าของแค่อยากให้กลับมาดูสดขึ้น การซักหน้างานก็เพียงพอแล้ว ไม่ต้องจ่ายเพิ่มให้เกินจำเป็น

อีกกรณีคือรถที่เพิ่งซักไปไม่นาน แล้วแค่อยากเก็บความสะอาดรอบเล็ก ๆ อันนี้ล้างพร้อมดูดฝุ่นตามปกติก็เอาอยู่ ดูตัวเลือกได้ที่ หน้าบริการ

เรื่องเวลาแห้ง อย่ามองข้าม

นี่คือจุดที่คนพลาดกันเยอะที่สุด

เบาะที่ยังชื้นแล้วปิดรถทิ้งไว้ คือสูตรสำเร็จของกลิ่นอับ บางทีซักมาดีมากแต่กลิ่นกลับมาภายในไม่กี่วัน สาเหตุมักอยู่ตรงนี้

เพราะฉะนั้นเวลาส่งรถคืน ผมจะบอกเสมอว่าอย่าเพิ่งปิดรถแน่นทันที ถ้าจอดในที่ปลอดภัยให้เปิดระบายไว้บ้าง หรือเปิดแอร์ไล่ความชื้นสักพักก่อนจอดยาว

ถ้าอยากให้จบเร็วกว่านั้น การอบโอโซนเพิ่มก็ช่วยเรื่องกลิ่นได้อีกทาง ราคาเพิ่ม 200 บาท

ถามอะไรบ้างก่อนตัดสินใจจอง

  • งานนี้ถอดเบาะหรือไม่ถอด
  • ใช้เวลาประมาณเท่าไหร่ และต้องฝากรถข้ามวันไหม
  • เบาะจะแห้งสนิทตอนรับรถเลยหรือยังต้องผึ่งต่อ
  • ราคาที่บอกครอบคลุมพรมด้วยหรือเปล่า
  • ถ้าเปิดมาแล้วเจอสภาพหนักกว่าที่ประเมิน จะแจ้งก่อนหรือทำเลย

ข้อสุดท้ายนี่สำคัญ ร้านที่ดีควรโทรบอกก่อนเสมอ ไม่ใช่ทำไปก่อนแล้วค่อยมาบวกตอนจ่าย

สรุปแบบตรงไปตรงมา

ซักเบาะไม่ได้มีคำตอบเดียวว่าต้องถอดหรือไม่ต้องถอด มันขึ้นกับว่าปัญหาของรถคุณอยู่ตรงไหน

ถ้าปัญหาคือ “ดูหมอง” — ซักหน้างานก็พอ ถ้าปัญหาคือ “มีกลิ่น” หรือ “เคยมีของหก” — ถอดเถอะ ไม่งั้นทำไปก็ไม่หาย

และไม่ว่าจะเลือกแบบไหน เรื่องที่ห้ามมองข้ามคือความแห้ง เพราะเบาะที่แห้งไม่สนิทจะพากลิ่นกลับมาเร็วกว่าที่คิดเสมอ

ถ้าไม่แน่ใจว่าเคสของคุณควรทำแบบไหน ส่งรูปเบาะมาทางไลน์ได้เลย ประเมินให้ก่อนไม่มีค่าใช้จ่าย

💬 สอบถาม 📞 โทรด่วน 📍 แผนที่